ปวดหลังส่วนล่าง อาการใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

รูปภาพ
                   อาการ  ปวดหลังส่วนล่าง  เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยมากในคนทุกวัย โดยเฉพาะคนทำงานออฟฟิศ คนที่นั่งหรือยืนนาน ๆ ยกของหนัก หรือแม้แต่คนที่นอนผิดท่า หลายคนมักคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย พักเดี๋ยวก็หาย แต่ในความเป็นจริง หากปล่อยไว้นาน อาจทำให้อาการเรื้อรังและกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันได้        อาการปวดหลังส่วนล่างอาจมีลักษณะปวดตึง ปวดเมื่อย ปวดจี๊ด หรือปวดร้าวลงสะโพกและขา บางรายจะปวดมากเวลาเปลี่ยนท่า ลุก นั่ง หรือก้มตัว ซึ่งล้วนเป็นสัญญาณที่ร่างกายกำลังบอกให้เราใส่ใจสุขภาพมากขึ้น สาเหตุที่พบบ่อยของอาการปวดหลังส่วนล่าง นั่งทำงานหรือใช้โทรศัพท์ท่าเดิมนานเกินไป ยกของหนักหรือยกของผิดท่า กล้ามเนื้อหลังอ่อนแรง นอนที่นอนแข็งหรืออ่อนเกินไป ขาดการออกกำลังกาย ความเครียดสะสม ทำให้กล้ามเนื้อตึงตัว วิธีดูแลและรักษาอาการปวดหลังส่วนล่าง (แบบเป็นขั้นตอน) ขั้นที่ 1 : พักและหลีกเลี่ยงท่าที่กระตุ้นอาการ เมื่อเริ่มมีอาการปวด ควรลดกิจกรรมที่ต้องก้ม ยก หรือบิดตัวแรง ๆ พักร่างกายให้เพียงพอ แต่ไม่ควรนอนนิ่งทั้งว...

Articles A,An,The


Articles A,An,The

Ariticles ทำหน้าที่นำหน้าคำนาม แบ่ง article ออกเป็น 2 ชนิด

1. Identifinite article ได้แก่ a,an ใช้นำหน้าคำนามทั่วไปไม่ชี้เฉพาะ
2. Definite article ได้แก่ the ใช้นำหน้านามที่ชี้เฉพาะเจาะจง


การใช้ Identifinite article (a,an)

1. ใช้หน้านามนับได้เอกพจน์ซึ่งกล่าวโดยทั่วไปไม่เจาะจง ซึ่งมีความหมายว่า เป็น หนึ่ง (one) ก็ได้


ข้อควรจำ
ปกติจะต้องใส่ a,an เมื่อกล่าวถึงคำนามเอกพจน์ นับได้ ที่มีสิ่งเดียว 
และ ใช้ an นำหน้าคำนามที่ขึ้นต้นด้วยสระ หรือ ออกเสียงเป็นสระ

ขึ้นต้นด้วยสระ เช่น

        an apple       = แอ็ปเปิ้ล 1 ผล
        an idea         = ความคิด หนึ่งๆ
        an eraser      = ยางลบ 1 อัน
        an ox            = วัวตัวผู้ 1 ตัว
        an umbrella  = ร่ม 1 คัน
            
   ออกเสียงเป็นสระ เช่น
        an hour        = 1 ชั่วโมง
        an hier         = ทายาท 1 คน
        an honor      = เกียรติ อย่างหนึ่ง


2. ใช้บอกอัตรา (per)

เช่น  We learn English six hours a week.
        We have three meals a day.
        He can type 50 words a minute.
        She drives 50 miles an hour.


3. ใช้กับอาการ การเจ็บป่วย (Illness)
    ****He has    a stomachache.
                         a toothache.
                         a sorethroat.
                         a cold.
                         a flu.

กรณีที่  ไม่ใช้ a,an,the  มีดังนี้

1. ไม่ใช้ a,an,the นำหน้ามื้อ อาหาร เช่น breakfast, lunch, dinner

2. ไม่ใช้ a,an,the นำหน้า วัน เดือน ปี และฤดูกาล เช่น Friday, March, summer, 1992

3. ไม่ใช้ a,an,the นำหน้า ชื่อวิชา เช่น English,Thai,mathematics, history

4.  ไม่ใช้ a,an ,the นำหน้าคำนามนับไม่ได้ และนามธรรม เช่น water,money, homework,happiness

5. ไม่ใช้ a,an,the นำหน้า ชื่อประเทศ , ทวีป, เมืองหลวง, โรงเรียน และ มหาวิทยาลัย
เช่น Thailand, Paris, Thammasart University, Asia

6. ไม่ใช้ a,an,the กับการเดินทางต่างๆ เช่น by plane, by boat, by cycling เป็นต้น

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Telling the Numbers (1-50)

Telling the Time (การบอกเวลา)

Classroom Objects (สิ่งของในห้องเรียน)