ปวดหลังส่วนล่าง อาการใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

รูปภาพ
                   อาการ  ปวดหลังส่วนล่าง  เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยมากในคนทุกวัย โดยเฉพาะคนทำงานออฟฟิศ คนที่นั่งหรือยืนนาน ๆ ยกของหนัก หรือแม้แต่คนที่นอนผิดท่า หลายคนมักคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย พักเดี๋ยวก็หาย แต่ในความเป็นจริง หากปล่อยไว้นาน อาจทำให้อาการเรื้อรังและกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันได้        อาการปวดหลังส่วนล่างอาจมีลักษณะปวดตึง ปวดเมื่อย ปวดจี๊ด หรือปวดร้าวลงสะโพกและขา บางรายจะปวดมากเวลาเปลี่ยนท่า ลุก นั่ง หรือก้มตัว ซึ่งล้วนเป็นสัญญาณที่ร่างกายกำลังบอกให้เราใส่ใจสุขภาพมากขึ้น สาเหตุที่พบบ่อยของอาการปวดหลังส่วนล่าง นั่งทำงานหรือใช้โทรศัพท์ท่าเดิมนานเกินไป ยกของหนักหรือยกของผิดท่า กล้ามเนื้อหลังอ่อนแรง นอนที่นอนแข็งหรืออ่อนเกินไป ขาดการออกกำลังกาย ความเครียดสะสม ทำให้กล้ามเนื้อตึงตัว วิธีดูแลและรักษาอาการปวดหลังส่วนล่าง (แบบเป็นขั้นตอน) ขั้นที่ 1 : พักและหลีกเลี่ยงท่าที่กระตุ้นอาการ เมื่อเริ่มมีอาการปวด ควรลดกิจกรรมที่ต้องก้ม ยก หรือบิดตัวแรง ๆ พักร่างกายให้เพียงพอ แต่ไม่ควรนอนนิ่งทั้งว...

Saying Goodbye (การกล่าวลา)

Saying Goodbye



ในการกล่าวลา เพื่อน หรือบุคคลอื่นๆ สามารถพูดได้หลายแบบ เช่น
Goodbye , Bye , Bye -Bye เหล่านี้ เป็นคำง่ายๆที่เอาไว้ใช้เพื่อบอกลา เมื่อต้องจากกัน


Goodbye  

มีความหมายว่า "ลาก่อน"  ใช้กล่าวลากันเมื่อต้องจากกัน เป็นคำกล่าวอย่างสุภาพและเป็นทางการ และเป็นคำมาตรฐานที่สามารถใช้ได้ทุกโอกาส อาทิเช่น เมื่อจบบทสนทนาในการคุยโทรศัพท์ บอกลาเพื่อนเมื่อต้องกลับบ้าน หรือ บอกลาครู เมื่อจบชั่วโมงเรียน เป็นต้น


Bye

มีความหมายว่า "ลาก่อน"  เป็นคำย่อของคำว่า Goodbye เป็นคำพูดระดับกึ่งทางการ หรือ ไม่เป็นทางการเลย ใช้พูดกับเพื่อน บอกลาอย่างเป็นกันเอง


Bye-bye

มีความหมายว่า "ลาก่อน"  “บ๊ายบาย” ในภาษาอังกฤษจริงๆ คือการเล่นเสียงของ Bye ให้ฟังดูน่ารัก ขี้เล่นมากขึ้น สามารถใช้พูดบอกลาได้เช่นกัน แต่ฝรั่งไม่ค่อยนิยมพูดกัน  




มาดูการบอกลาที่ไม่มีคำว่า Bye ดังนี้ ที่ฝรั่งนิยมใช้กัน





        - See you later.      แล้วเจอกันนะ
        - See ya.                แล้วเจอกัน
        - Take care.           ดูแลตัวเองด้วยนะ
        - Have a nice day. ขอให้เป็นวันที่ดีนะ 
        - Good luck            โชคดีนะ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Telling the Numbers (1-50)

Telling the Time (การบอกเวลา)

Classroom Objects (สิ่งของในห้องเรียน)